น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls)

 

น้ำตกวิกตอเรีย

 

น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งแอฟริกา กำลังเผชิญภัยแล้งจนน้ำแห้งเหือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
รอยเตอร์รายงานว่า น้ำตก-วิกตอเรีย (Victoria Falls) น้ำตกขนาดใหญ่และมีหน้ากว้างมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังเผชิญกับสภาพภัยแล้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนระดับน้ำของน้ำตกได้ลดลงอย่างน่าตกใจ

เช่นเดียวกับน้ำตกไนแองการ่าที่ตั้งระหว่างสหรัฐและแคนาดา น้ำตก-วิกตอเรียแห่งนี้ ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านคน ให้เดินทางไปเยี่ยมชมน้ำตกแห่งนี้ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศซิมบับเวและแซมเบียมีการสร้างโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของทั้งสองชาติ

น้ำตก-วิกตอเรีย ซึ่งเคยได้รับเลือกเป็นมรดกโลกในปี 1989 มีอีกชื่อท้องถิ่นว่า โมซิ-โอวา-ทุนยา แปลว่า เสียงร้องคำราม อันมาจากเสียงของสายน้ำขนาดมหึมาที่ไหลลงมาจากความสูงเกือบ 100 เมตร จากแม่น้ำทางใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นเวลานานหลายทศวรรษ แต่กลับพบว่าปัจจุบันแถบไม่เหลือเสียงคำรามเหล่านั้น โดยสภาพของน้ำตกในปัจจุบันมีสภาพไม่ต่างจากโขดหินผาขนาดใหญ่เท่านั้น

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทั้งแซมเบียและซิมบับเว เผชิญความแห้งแล้งเลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ จนส่งผลให้แม่น้ำแซมบีซี ซึ่งเป็นสายน้ำต้นทางของน้ำตกแห่งนี้มีสภาพแห้งเหือดไม่ต่างกัน แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วระดับน้ำของแม่น้ำจะลดลงบ้างเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปีนี้ระดับน้ำลดลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

แหล่งที่มา posttoday

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

โคลอสเซียม ” Colosseum “

 

โคลอสเซียม

 

โคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงโรมประเทศอิตาลี ถือเป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดใหญ่ยักษ์ ใจกลางเมือง ที่นอกจากจะเคยเป็นสนามประลองอันทรงเกียรติที่โหดเหี้ยมแล้ว ยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

สนามกีฬาโบราณขนาดใหญ่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซี่ยนแห่งจักวรรดิโรมัน และได้สร้างแล้วเสร็จในสมัยจักรพรรดิไททัสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือราวๆ ปี ค.ศ. 80 โดยมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมที่ก่อด้วยอิฐและหินทรายที่มีเส้นรอบวงประมาณ 527 เมตร สูงประมาณ 57 เมตร และสามารถบรรจุคนได้มากถึงประมาณ 50,000 คนเลยทีเดียว

สำหรับการออกแบบ Colosseum แห่งนี้นั้นจัดได้ว่าได้รับการออกแบบที่ชาญฉลาดมาก โดยได้มีการออกแบบให้ผู้ชมได้รู้สึดใกล้ชิดกับนักกีฬาด้วยการออกแบบในส่วนของสนามกีฬาให้เป็นรูปครึ่งวงกลม นอกจากนั้นยังมีการออกแบบทางระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขังในสนามหากเกิดฝนตกอันเป็นต้นแบบของการออกแบบสนามกีฬาอื่นๆ ในปัจจุบันอีกด้วย

Colosseum นี้นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรมในปัจจุบันแล้ว ในอดีตก็จัดได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันเลยทีเดียว โดยเริ่มแรกนั้นวัตถุประสงค์สำหรับการใช้งานคือสร้างขึ้นสำหรับการประลองฝีมือของเหล่ากลาดิเอเตอร์ หรือการประลองของกษัตริย์ใหม่ที่ต้องการแสดงฝีมือและอำนาจ รวมไปถึงการที่รักโทษที่รอวันประหารชีวิตหรือนักโทษที่ถูกคุมขังขอประลองเพื่อแลกกับอิสรภาพ โดยการประลองนั้นก็มีทั้งประลองกับกลาดิเอเตอร์ผู้แข็งแกร่ง จนไปถึงการประลองกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายต่างๆ ซึ่งช่วงหนึ่งที่การประลองเป็นที่นิยมของผู้เข้าชมจนทำให้สัตว์บางชนิดจากหลายๆ ประเทศเกือบสูญพันธ์กันเลยที่เดียว โดยการประลองนั้นผู้ชนะนอกจากจะได้รับอิสรภาพแล้วยังได้รับชื่อเสียงและทรัพย์สินมากมายตามมาอีกด้วย และผลจากการขอประลองเพื่อเรียกร้องอิสระภาพนั้นจึงได้ลามไปถึงการเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาประลองเพื่อยกระดับฐานะด้วย เป็นการประลองที่จะชี้ชะตาชีวิตว่าหากเอาชนะได้ก็เหมือนได้พลิกชีวิตให้มั่งคั่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ถ้าแพ้นั่นอาจหมายถึงการไม่มีชีวิตรอดกันเลยทีเดียว เนื่องจากเคยเป็นสนามประลองมาก่อน Colosseum แห่งนี้จึงมีบริเวณใต้ดินที่มีห้องคุมขังนักโทษหลายร้อยห้องและยังมีกรงสำหรับใช้ขังสัตว์ป่าดุร้ายที่ไว้ใช้สำหรับการประลองการต่อสู้หลายร้อยกรงที่บริเวณชั้นใต้ดินอีกด้วย

แม้ว่าในอดีตนั้น โคลอสเซียมแห่งนี้จะถูกใช้เป็นสนามประลองมือ เป็นสังเวียนเลือดที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน และเพื่อให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม ไปจนถึงลานประหารชีวิตแต่ในปัจจุบันนั้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิต โดย Colosseum จะมีไฟสีเหลืองส่องสว่างทุกครั้งเมื่อมีการกลับการตัดสินหรือยกเลิกโทษประหารชีวิตจากที่ใดของโลกก็ตาม และในปี 2007 จากผลของการลงคะแนนทั่วโลกจากทั้งทางอินเตอร์เน็ตและมือถือนั้น ทำให้ Colosseum แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

แหล่งที่มา talontiew

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

 

แม่แจ่มนับเป็นอีกหนึ่งอำเภอ ที่น่าเที่ยวของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่นี่

ต่างก็อยากจะ ไปสัมผัสกลิ่นไอความเป็นธรรมชาติและความเป็นอยู่เรียบง่ายของวิถีชีวิตผู้คน หากจะพูดว่าความเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คงจะไม่ผิดนัก แม่แจ่มในวันนี้จึงเป็นอำเภอน่าเที่ยวท่ามกลางการโอบ

กอดของขุนเขาที่แสนอบอุ่น วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ นักท่องเที่ยวทั้งหลายเดินทางสู่แม่แจ่ม อำเภอเล็ก ๆ แต่ความสวยไม่เล็กตาม ที่เที่ยวแม่แจ่ม เชียงใหม่ อำเภอเล็ก ๆ ที่ยังคงความสวยงามของธรรมชาติ และวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย ที่ไม่ว่าใครก็อยากเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของแม่แจ่มสักครั้งในชีวิต

แหล่งที่มา travel.kapook

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

 

ดอยอินทนนท์

 

” ดอยอินทนนท์ “ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพราะจะขึ้นเหนือทั้งทีต้องไปให้สุด ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของภาค

เหนือเลยก็ว่าได้ นอกจากจะไปถ่ายกับป้ายสูงสุดแดนสยามแล้ว ยังมีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม หรือจะเดินชมความเขียวขจีของผืนป่า ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน และอ่างกา ที่ชวงนี้เปิดให้

เข้าไปเดินเล่นในทุ่งหญ้า สูดอากาศรับลมหนาวอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีเจ้าทากตัวน้อยมากวนใจคุณ

อากาศบนยอดดอยนั้น หนาวติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อุณภูมิติดลบ จนพบน้ำค้างแข็ง ที่เย็นจัดจนเป็นผลึกใส ถ้าจะไปเที่ยว โปรดเตรียมเสื้อกันหนาวของคุณให้พร้อม แล้วออกไปดูของจริงสักครั้งให้เห็นกับตาของตัวเอง

แหล่งที่มา travel.mthai

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

นครเปตรา นครหินโบราณแห่งจอร์แดน

 

นครเปตรา

 

” นครเปตรา ” อีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก เป็นอันดับต้นๆของโลก นครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขา วาดี มูซา หรือ หุบเขาโมเสส ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดของประเทศจอร์แดนอีก

ด้วย  นคร-เปตรา หรือ เพตรา ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล โดยชาวนาบาเทียน และได้กลายมาเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตลาด ซื้อสินค้าสำคัญที่สุดของโลกตะวันออก ที่ต่อมาถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท

เดินทางผ่านมาพบ เห็นเข้าเมื่อปี พ.ศ. 2355นอกจากนี้แล้ว นคร-เปตรา ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจอร์แดนที่ได้รับลงทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2528 และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 นคร-เปตราได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ยุคใหม่ของโลก จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันนครโบราณแห่งนี้สามารถเดินทางเข้าไปโดยอาศัยม้าเท่านั้น สำหรับการท่องเที่ยวในนคร-เปตรานั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชื่นชมในความงดงามของนครโบราณซึ่งยังคงหลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง โดย

เฉพาะจุดเริ่มต้น ของทางเข้าหลักที่เรียกกว่า ซิก เป็นช่องกำแพงในหุบเขามืดสลัวซึ่งมีความสูงประมาณ 91-182 เมตร หรือประมาณ 300-600 ฟุต ซึ่งบางแห่งนั้นมีความกว้างไม่เกิน 3 เมตร อีกด้วย
เมื่อพ้นกำแพงหินคุณจะได้พบกับมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ ซึ่งสันนิษฐานว่าจะสร้างในราว

ศตวรรษที่ 1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูกมีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์ กรีก นาบาเทียน

นอกจากนี้ภายในยังมีสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน สุสานกษัตริย์ ชมโรงละครโรมัน ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสม ดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครองได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน

แหล่งที่มา  pptvhd3

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

สะพานโกลเดนเกต

” สะพานโกลเดนเกต ” Golden Gate Bridge ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน พบว่าอยู่ในอันดับที่ 5 ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

แหล่งที่มา th.wikipedia

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

หอไอเฟล

 

”  หอไอเฟล  ” Tour Eiffel เป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่ บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย

หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์

ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทาง

ศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยว

กว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

แหล่งที่มา th.wikipedia

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

ทัชมาฮาล

 

ทัชมาฮาล

 

ทัชมาฮาล ” เป็นอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ประเทศอินเดีย นับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

ทัช-มาฮาล สุสานหินอ่อนที่ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ เจ้าชายขุร์รัม ชึ่งต่อมาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน พระราชสมภพในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) พระบิดา คือ สมเด็จพระจักรพรรดิชะฮันคีร์ จักรพรรดิองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โมกุล ตามตำนานกล่าวว่า พระองค์ได้พบกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนาง เจ้าชายขุร์รัมจึงซื้อเพชรด้วยเงิน 10,000 รูปีและบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่าพระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับบุตรีของรัฐมนตรี พิธีเสกสมรสถูกจัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี เมื่อพ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลย

หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2171 พระองค์มอบความไว้วางใจแก่ อรชุมันท์ พานุ เพคุม และเรียกนางว่า มุมตัซ มาฮาล “อัญมณีแห่งราชวัง” พระมเหสีติดตามพระองค์

แม้แต่ในสนามรบ แนะนำพระองค์ในเรื่องราชการของประเทศ และพระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระมเหสียิ่งนัก ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์

พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี พ.ศ. 2209 (ค.ศ. 1666) ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของ ทัช-มาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังใน ทัช-มาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล

ทัช-มาฮาล ถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ทัช-มาฮาล ตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของ…ทาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัช-มาฮาล มีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้ ส่วนหัวของทัช-มาฮาล มีลักษณะโดมที่เรียกว่าโอเนียนโดม

แหล่งที่มา th.wikipedia

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

หอนาฬิกาบิกเบน (Bigben)

 

หอนาฬิกาบิกเบน

หอนาฬิกาบิกเบน หนึ่งในสัญลักษณ์ที่รู้จักมากที่สุดของสหราชอาณาจักร อันที่จริงหอนาฬิกานี้ชื่อว่า หอเอลิซาเบธ (Elizabeth Tower) แต่ทุกคนมักจะรู้จักกันดีในชื่อของ บิกเบน (Big Ben) มากกว่าเป็น

หอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster) ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง หอนาฬิกานี้ถูกสร้างหลังจากไฟ

ไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เดิม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2377 โดยชาลส์ แบร์รี เป็นผู้ออกแบบ
หอนาฬิกาเป็นสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (victorian gothic) ชื่อหอเอลิซาเบธ

ตั้งขึ้นเพื่อฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษก หรือพระราชพิธีมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง มีความสูงทั้งหมด 96.3 เมตร โดยในช่วง 61 เมตรแรก เป็น

อาคารก่อด้วยอิฐ บุด้วยหิน ส่วนที่สูงจากนั้นเป็น ยอดแหลมทำด้วยเหล็กหล่อ ตัวหอตั้งอยู่บนฐานกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร หนา 3 เมตร อยู่ใต้ดินลึก 7 เมตร ตัวหอทั้งหมดหนักโดยประมาณ 8,667 ตัน

โดยที่ตัวนาฬิกาอยู่สูงจากพื้น 55 เมตร เนื่องจากสภาพดินในขณะที่มีการก่อสร้างหอ ทำให้ตัวหอค่อนข้างเอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 220 มิลลิเมตรหลายคนเข้าใจว่าบิกเบนเป็นชื่อหอ

นาฬิกาประจำรัฐสภาอังกฤษ แต่แท้ที่จริงแล้ว บิกเบนเป็นชื่อเล่นของระฆังใบใหญ่ที่สุด หนักถึง 13,760 กิโลกรัม ซึ่งแขวน ไว้บริเวณช่องลมเหนือหน้าปัดนาฬิกา ทั้งนี้มีระฆังรวมทั้งสิ้น 5 ใบ โดย 4

ใบจะถูกตีเป็นทำนอง ส่วนบิกเบนจะถูกตีทุกๆ 15 นาทีจะเป็นเสียงระฆังเล็ก พอครบชั่วโมงก็จะตีระฆังเล็กตามด้วยเสียงระฆังใหญ่ ตามจำนวนที่เข็มสั้นชี้บอกชั่วโมงา ทว่าคนส่วนใหญ่กลับใช้ชื่อบิกเบนเรียกตัวหอทั้งหมด

ตัวนาฬิกาบิกเบน ตั้งอยู่บนหอมีมีบันไดขึ้นไป 293 ขั้น หน้าปัดของนาฬิกาบิ๊กเบนนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร เข็มยาวยาว 4.3 เมตร เข็มสั้น 2.7 เมตร ด้านล่างของหน้าปัดทั้ง

สี่ด้าน มีภาษาละตินเขียนไว้ว่า “Domine salvan fac Reginam nostrum Victorian primam” แปลว่า ” ขอพระเจ้า ทรงคุ้มครองสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียที่ 1 ด้วยเทอญ” ระฆังตีหนัก 14 ตัน เดินด้วยกำลังเครื่องจักรไฟฟ้า ผู้สร้างคือ เอ็ดมัน เมคเกตต์ เดนิสัน เป็นนักกฎหมายที่มีชื่อ

สาเหตุที่เรียกว่านาฬิกาบิ๊กเบนนั้น มาจากการที่นายเบนจามิน ฮอลล์ หัวหน้าคุมงานติดตั้งระฆัง ผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่ จนเพื่อนให้ชื่อว่า “บิกเบน” โดยที่เขายืนขึ้นอภิปรายการตั้งชื่อเสียยืดยาว พอจบลง

สมาชิกก็ตะโกนกันว่า “บิกเบน , บิกเบน…..” ที่ประชุมรู้สึกพอใจและเรียกติดปากมาเป็น บิกเบน จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน หอนาฬิกาบิกเบนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของอาคารรัฐสภา (House of Parliament) ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง อายุของหอนาฬิกากว่า 163 ปี

นฬิกานี้เป็นนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดของโลกเพราะหอดูดาวที่เมืองกรีนิช ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเวลามาตรฐานของโลกใช้เป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานผ่านทางสถานีวิทยุ บีบีซี ถ่ายทอด

เสียงการตีบอกเวลาของนาฬิกาเรือนนี้ ให้ได้ยันไปทั่วโลก ไม่มีนาฬิกาใดอีกแล้ว ที่จะตีดังได้ยินทั่ว

โลกดังนาฬิกา ภายในหอนาฬิกาไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม เว้นแต่สำหรับผู้ที่อาศัยใน ประเทศอังกฤษ จะต้องทำเรื่องขอเข้าชมผ่านสมาชิกรัฐสภาอังกฤษประจำท้องถิ่นของตน ถ้าเป็นเด็กต้อง

มีอายุเกิน 11 ปี จึงจะเข้าชมหอได้ สำหรับชาวต่างประเทศนั้นยังไม่อนุญาตให้ขึ้นไปหอนาฬิกาบิกเบนมาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า Underground สถานี Westminster เดินออกมาข้ามถนนก็ถึง และจุดยอดฮิตที่

ต้องมาถ่ายรูปคือ หอนาฬิกาบิ็กเบนและอาคารรัฐสภา ริมแม่น้ำเทมส์ โดยถ่ายจากบนสะพาน Westminster

แหล่งที่มา vacationistmag

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

กำแพงเมืองจีน The Great Wall of China (中国长城) 

 

กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน สิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณของจีนที่มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลกนั้น ตอนที่มีความสําคัญทางยุทธศาสตร์ตอนหนึ่งชื่อว่า “ปาต๋าหลิ่ง”อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัว

เมืองกรุงปักกิ่งประมาณ ๘๐ กิโลเมตร กําแพงเมืองจีนมีความยาวทั้งหมด ๖๗๐๐ กิโลเมตร กําแพงเมืองจีนเริ่มสร้างในสมัยจ้านกว๋อ เวลานั้น ก๊กเยี่ยน ก๊กจ้าวและก๊กฉินในภาคเหนือของจีนต่างได้สร้าง

กําแพงของตนขึ้นในที่ที่มีความสําคัญทางยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการบุกรุกของก๊กใกล้เคียงและเผ่าชนเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ทางเหนือหลังจากจักรพรรดิฉินสื่อหวงรวมประเทศจีนเข้าเป็นเอกภาพเมื่อ ๒๒๑ปี

ก่อนคศ. ก็ได้เชื่อมต่อกําแพงที่ก๊กต่าง ๆ สร้างไว้เข้าด้วยกันและสร้างต่อเติมขึ้นอีก ครั้นถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์สุย ราชวงศ์หยวนและราชวงศ์หมิงก็ได้ซ่อมแซมและสร้างเติมเสริมต่อ

เรื่อยมา กําแพงเมืองจีนในทุกวันนี้ส่วนใหญ่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิง การก่อสร้างกําแพงที่มีความยาวถึง ๖๐๐๐ กว่ากิโลเมตร บางแห่งยังต้องสร้างบนภูเขาทั้งสูงชันและสลับซับซ้อนอยู่เหนือระ

ดับนํ้าทะเล ๑๐๐๐ กว่าเมตรในสมัยที่การลําเลียงขนส่ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่เจริญนั้นจะลําบากยากเข็ญเพียงไร ก็ด้วยเหตุนี้เอง กําแพงเมืองจีนจึงได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่งใน

สถาปัตยกรรมของโลกกําแพงเมืองจีนประกอบด้วยด่าน กําแพง ป้อมรักษาการณ์และหอคอยจุดเพลิงสัญญาณ ด่านตั้งอยู่ตรงจุดสําคัญในเส้นทางคมนาคมมีกําแพงหลายชั้น มีทหารประจํารักษาอยู่เป็นจํา

นวนมากซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการทหาร ด่านจียงกวานที่ปาต๋าหลิ่งเป็นด่านสําคัญแห่งหนึ่งของกําแพงเมืองจีน กําแพงเมืองจีนโดยเฉลี่ยสูง ๗-๘ เมตร กว้าง ๕-๖ เมตร สันกําแพงด้านนอกมีเชิงเทินรูป

ฟันปลาเป็นที่กําบังตัว ข้าง ๆ เชิงเทินมีช่องมอง ใต้เชิงเทินมีช่องยิงลูกศร โดยทั่วไปบนที่สูงหรือบนยอดเขานอกกําแพง สร้างหอคอยสําหรับจุดเพลิงสัญญาณไว้เป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นสถานีส่งสัญญาณแจ้ง

เหตุทางทหารในสมัยโบราณแต่ละหอคอยรับส่งสัญญาณกันเป็นทอด ๆ จนถึงเมืองหลวงหรือเขตป้องกันเมืองเขตใหญ่ ประกอบเป็นโครงข่าวสื่อสารอันสมบูรณ์ ถ้าเกิดมีข้าศึกมากลางวันก็สุมควัน มาก

ลางคืนก็จุดไฟเป็นสัญญาณ กําแพงเมืองจีนในทุกวันนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ

แหล่งที่มา meetawee

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น