Great Blue Hole ประเทศเบลิส

หลุมดำกลางทะเลลึก

หลุมดำกลางทะเลลึก เรียกกันทั่วๆไปว่า หลุมสีน้ำเงิน (Great Blue Hole) ซึ่งอาจจะมีการเกิดจากความเคลื่อนไหวทางธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากสาเหตุอะไร ยังไม่เป็นที่ชัดเจน เพราะว่าได้มีนักนักดำน้ำลงไปในสมุทรแล้วก็ไปพบกับเจ้าหลุมดำกึ่งกลางสมุทร

อยู่ที่ประเทศเบลีซ ฝั่งทิศตะวันออกของอเมริกากึ่งกลาง ชายทะเลแคริบเบียน หลุมนี้อยู่ที่รอบๆกึ่งกลาง Lighthouse Reef ห่าง 70 กิโลเมตรจาก Belize City เป็น 1 ใน 7 หลุม ที่นักดำน้ำจัดลำดับสถานที่น่ามุดน้ำเยอะที่สุดในโลก

ปากหลุมกว้าง 300 เมตร รวมทั้งลึก 124 เมตร หลุมยักษ์แปลกสีน้ำเงินครามที่เบลิซมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 984 ฟุต เป็นหลุมที่นักประดาน้ำได้ตั้งชื่อไว้ว่าน่าดำที่สุดในโลกก็ว่าได้ ที่สำคัญถ้าเกิดถ่ายรูปจากมุมสูงจะมองเห็นความต่างของสีน้ำบริเวณหลุมยักษ์และก็ภายในหลุมยักษ์อย่างชัดเจน ซึ่งบอกถึงความลึกของหลุมยักษ์แปลกสีน้ำเงินครามได้อย่างดีเยี่ยม

สันนิษฐานกันว่ามันก่อตัวขึ้นในสมัยน้ำแข็ง โดยคาดว่าตอนแรกมันเคยเป็นถ้ำหินมาก่อน ถัดมาเพียงพอระดับน้ำทะเลสูงมากขึ้นก็เลยท่วมถ้ำกระทั่งหมด เพดานถ้ำโดนน้ำเซาะกระทั่งพังทลาย แล้วก็ยุบบ่อยๆจนถึงเปลี่ยนเป็นหลุมกลวงโบ๋อย่างที่มองเห็นในตอนนี้ ด้านในมีอุณหภูมิที่เย็นสบายๆก็เลยเป็นสถานที่ ที่มีนักนักดำน้ำให้ความสนใจไปสำรวจเป็นจำนวนมาก

อุทยานแห่งชาติไซออน Zion National Park

 

อุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ใกล้กับ Springdale เมืองยูทาห์ เมื่อ พุทธศักราช 2452 ผู้นำ William

อุทยานแห่งชาติไซออน

Howard Taft ได้ประกาศบริเวณนี้ให้เป็น National monument เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ซอกเขา ในชื่อว่า Mukuntuweap National Monument ถัดมาใน พุทธศักราช 2461 acting director จาก National Park Service ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้เปลี่ยนแปลงชื่อสวนเป็น Zion เนื่องด้วยชื่อเดิมไม่เป็นที่ไม่ได้รับ

ความนิยมในเขตแดน Zion เป็นคำในภาษาฮิบรูโบราณ คือ สถานที่หลบลี้ภัย ซึ่งชื่อนี้ได้รับการต้อนรับเชิงบวกเพิ่มมากขึ้นจากสาธารณชน ต่อมาช่วงวันที่ 19 พ.ย. พุทธศักราช 2462 United States

Congress ได้ประกาศให้ monument แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติ ตราบจนกระทั่ง พุทธศักราช 2480 Kolob section ได้ประกาศ Zion National Monument แยกต่างหากอย่างเป็นทางการ แต่ได้นำมาผนวกรวมเข้ากับอุทยานเมื่อ พุทธศักราช 2499

Yellowstone National Park ” อุทยานแห่งแรกของโลก “

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ( Yellowstone National Park) เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเขตติดต่อ 3 รัฐได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่
อยู่ในรัฐไวโอมิง เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ
43,750 ตารางไมล์ หรือ 8,992 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,620,000 ไร่ ภายในอุทยานประกอบไปด้วย

ที่ราบสูงและภูเขาสูงมีหน้าผาชัน และทะเลสาบ เยลโลว์สโตน ถือ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อน มากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน (เป็นแมกมาใต้ดินที่พุ่งออกมา) และน้ำพุร้อนที่สำคัญคือ น้ำพุร้อนโอลด์เฟทฟุล ซึ่งมีน้ำพุร้อนพุ่งออกมาทุกๆ 33 และ 93 นาที

โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา ยังมีน้ำตกอีกกว่า 300 แห่ง ที่สามารถค้นพบและท่องเที่ยวได้อีกมากมาย รวมทั้งยังมี สัตว์ป่าที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ได้แก่หมีกริซลี หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลก์ แพะภูเขาบิกฮอร์น แมวป่า หมาป่า ถือเป็นสถานที่ ที่น่าไปให้ได้สักครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้…

อ่าวฮาลอง “Ha Long Bay” มรดกโลกแห่งธรรมชาติ


อ่าวฮาลอง
ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ของพันธุ์สัตว์ เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพ จนยูเนสโกต้องยกย่องให้เป็นมรดกโลก อ่าวนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเวียดนาม และอยู่ไม่ห่างจากเขตแดนของประเทศจีนมากนัก จุดเด่นของอ่าวนี้ คือ มีเกาะหินปูนโผล่ขึ้นกระจาย ๆ ทั่วอ่าว ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ ยังได้รับคำชื่นชมจากนักท่อง


เที่ยวว่ามีบรรยากาศที่สวยงามเกินจริง เสมือนฉากในตอนจบของภาพยนตร์ซึ่งมีแสง สี ที่ลงตัวสุด ๆ เลยทีเดียว ในอ่าวฮาลองมีเรือสำเภานำเที่ยวชมอ่าวไปตามเกาะหินปูนที่ได้รับการสำรวจแล้ว (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) เกาะเหล่านี้มีขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน ชาวเรือตั้งชื่อเกาะตามลักษณะของเกาะหินปูน เช่น เกาะหงษ์ เกาะเต่า เกาะแมวน้ำ และเกาะตะเกียบ เป็นต้น บางเกาะมีโพรงถ้ำที่มีหินงอก

อ่าวฮาลอง

หินย้อยอยู่ตามผนังและเพดาน ถ้ำที่มีชื่อเสียงคือ ถ้ำเต๋าโก Hang Dau Go (Grotto of the Wooden Stakes) หรือ ถ้ำมหัศจรรย์ ในถ้ำมีห้องขนาดใหญ่ มีหินงอกเป็นเสาสูงลิ่ว และหินงอกที่มีรูปร่างคล้ายมังกร ที่ถ้ำนี้เองที่นักประวัติศาสตร์พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชาวเวียดนามใช้เป็นอาวุธสำคัญในการดักทำลายกองเรือมองโกลจนแตกพ่าย ปัจจุบัน ขวากยักษ์ถูกเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่

กรุงฮานอย หลักฐานเหล่านี้ทำให้ชาวโลกรู้ว่าคนเวียดนามสามารถเอาชนะนักรบชาวมองโกลซึ่งไม่เคยแพ้ใครได้ถึง 3 ครั้ง 3 หน ด้วยวิธีใด นอกจากนี้ ยังมี ถ้ำ Ho Dong Tien (Grooto to the Fairy Lake) ถ้ำ Hang Sang Sod และถ้ำ Dong Me Cung (Grotto of the Labyrinth) ที่เพิ่งค้นพบซากฟอสซิลของมนุษย์โบราณเมื่อปี ค.ศ. 1993 ถือเป็นอีก 1 สถานที่เที่ยวที่ต้องลองมาเที่ยวให้ได้สักครั้งเลยก็ว่าได้

Motonosumi Inari “ประตูของพระผู้เป็นเจ้า”

ศาลเจ้าโมะโตะโนะซุมิอินาริ

” ศาลเจ้าโมะโตะโนะซุมิอินาริ “ (Motonosumi Inari Shrine) มีชื่อในเรื่องของเสาแดง
รวมทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของกล่องบริจาคที่ใช้โยนเหรียญอันน่าท้าทายอีกด้วย

ทิวทัศน์ของเสาแดงที่ทอดตัวเรียงเป็นแถวยาวออกสู่มหาสมุทรสีคราม แล้วก็ตัดกับภูมิทัศน์
เขียวชะอุ่ม เป็นภาพที่แสดงความเป็นศาลเจ้า โมะโตะโนะซุมิอินาริได้อย่างเด่นชัด
ศาลเจ้าแห่งนี้หันเข้าหาทะเลประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนะกะโตะ (Nagato City)
จังหวัดยะมะกุจิ (Yamaguchi Prefecture) ภูมิภาคจูโกขุ (Chugoku Region)

ศาลเจ้าที่นี้เป็นที่สถิตของจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้ถูกแยกออกมาจาก
ศาลเจ้าไทโคะดะนิอินาริ (Taikodani Inari Shrine) ในจังหวัดชิมะเนะ (Shimane Prefecture) ราว 60 ปีก่อน ตามตำนานว่ากันว่า ต้นกำเนิดของศาลเจ้า มาจากเทพเจ้า
ปรากฎกายในรูปของหมาจิ้งจอกขาว เข้าฝันชาวเรือให้สร้างวัดขึ้นในบริเวณนี้

จุดที่น่าดึงดูดของศาลเจ้าแห่งนี้เป็น เสาแดงโทริอิปริมาณ 123 เสา ที่เอนตัวเป็นแถวยาว รวมระยะทาง 100 เมตร (328 ฟุต) ชาวบ้านนิยมเดินทางมาขอพร ให้จับปลาได้ดี ประสบความสำเร็จทางค้าขาย และก็ เดินทางปลอดภัย ระหว่างเดินผ่านเสาแดงลอดเข้าไปในอุโมงค์ ยิ่งกว่านั้นยังมีความเชื่อกันว่า เทพเจ้ายังบันดาลคำขอพรให้เป็นจริงได้ ในเรื่องหาคู่ และมีลูก อีกด้วย

และสิ่งที่สร้างความแปลกใจ ก็คือ กล่องทำบุญของศาลเจ้า ที่ปกติมักจะพบเห็นวางอยู่บนพื้น แล้วก็ให้ผู้มาเยือนทำการโยนเหรียญเข้าไป ก่อนจะขอพร แม้กระนั้นที่ศาลเจ้าแห่งนี้ กล่องไม้ถูกวางไว้บนยอดเสาแดงที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้า หากสามารโยนเหรียญเข้ากล่องได้ คำภาวนาจะกลายเป็นจริง

Venice Italy


เมืองแห่งสายน้ำ

” เมืองแห่งสายน้ำ “ ในที่สุดก็นำทุกคนมาถึงเมืองเวนิส ลองเปรียบเทียบเอาเองว่าจังหวัดกรุงเทพ คือเวนิสตะวันออกใช่หรือไม่ เมืองเวนิสเป็นเกาะครับ อยู่ออกไปในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) มีถนนหนทางรวมทั้งทางรถไฟจากแผ่นดินใหญ่ไปถึงเกาะแล้วจอด ไปต่อไม่ได้ด้วยเหตุว่าไม่มีถนน
หนทางให้รถยนต์วิ่ง ผู้คนสัญจรโดยทางเรือหรือเดินแค่นั้นนะครับ จริงๆเวนิสมีเกาะเล็กเกาะน้อยๆ

ประกอบกันขึ้นเป็นลากูน (lagoon) แผ่นน้ำที่กั้นระหว่างเกาะต่างๆก็คือสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นคลองนั่นแหละ เขาทำสะพานเชื่อมถึงกันกระทั่งไม่เคยทราบว่าในความเป็นจริงแล้วพื้นดินทั้งหลายนั้นโดยความเป็นจริงแล้วเป็นเกาะใหญ่น้อยมาร้อยรวมกันเสมอเหมือนผ้าผืนใหญ่ที่อยู่กึ่งกลางน้ำเมื่อออกมาจากสถานีรถไฟ จะมองเห็นลำคลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมืองเวนิสเรียกว่า Grand Canal หรือเรียกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า “คานาเล่ แกรนเด้ ”

ที่เมืองนี้จะมีบริการเรือเมล์ คล้ายเรือด่วนเจ้าพระยาบ้านเรา มีหลายอัตรา เที่ยวเดียว 6 ยูโร ถ้าหากเป็นแบบกี่ท่องเที่ยวก็ได้ภายใน 12 ชั่วโมงราคา 13 ยูโร มีอัตราแบบ 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง 72 ชั่วโมง ด้วย แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นเลย ส่วนมากจะเดินเท้าเอาซะมากยิ่งกว่า

ใครพาแฟนไปก็บางทีอาจจะนั่งเรือกอนโดลาที่สุดแสนจะโรแมนติก ยังไม่อยากบอกราคาค่าเช่าเดี๋ยวความโรแมนติกจะหายหมดก่อนเรือลำนึงนั่งได้ 6 คน จะนั่งจู๋จี๋กับแฟนสองต่อสอง หรือจะนั่งกันเป็นกรุ๊ปทัวร์ก็ได้ ราคาเดียวกัน 1 ชั่วโมง 83 ยูโร ไป 6 คน ก็ตกคนละ 14 ยูโร ก็โอเคนะ
แต่ว่าบางทีก็อาจจะไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไรสะพานที่สวยที่สุดและดังที่สุดชื่อ“ สะพานรีอัลโต้ (Ponte di Rialto) ” สองข้างถนนขึ้นเต็มไปด้วยร้านขายของของที่ระลึกน่าซื้อเต็มไปหมด มีห้องอาหาร ร้านกาแฟ ไว้นั่งพักผ่อนชมวิว ของทั้งหมดทุกอย่างในเวนิสแพงระยิบระยับเลยนะครับ

Mamanuca Islands ตามรอย Castaway

 

 Mamanuca

Mamanuca เทียบได้ดังเกาะสรวงสวรรค์ที่หลุดออกมาจากโปสการ์ดงามๆหรือจากโปสเตอร์หนังที่
คนต่างชื่นชอบ มองแล้วคล้ายกับเครื่องประดับที่ทำมาจากมรกตสักยี่สิบเส้นวางเรียงกัน ในความเป็นจริงแล้วเกาะแห่งนี้อ่านออกเสียงว่า มามานูธา เป็นหมู่เกาะที่เป็นที่รู้จักเยอะที่สุดของฟิจิ เพราะว่าที่นี่มีความสวยงามที่ยังบริสุทธิ์รวมทั้งโดดเด่นคงเหลืออยู่ ทั้งยังมีกิจกรรมมากมายรูปแบบให้คนบนเกาะสนุกสนานได้โดยไม่เบื่อ เกาะบางส่วนในจำนวนนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่ แต่ว่าก็ยังเปิดให้เข้าชมแบบวันต่อวัน ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงสามารถพกเสบียงอาหารติดตัวไปเล็กน้อยแล้วโดยสารเรือมาที่
เกาะและลองดำเนินชีวิตอย่างชาวเกาะดูได้


คุณสามารถเดินทางมายังหมู่เกาะ M-amanuca ได้ง่ายๆโดยการนั่งเครื่องบินทะเลหรือนั่งเรือไปทางทิศตะวันตกจากเกาะ Viti Levu เกาะหลักของฟิจิ จุดออกเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดบนเกาะ Viti Levu คือท่าเรือ Port Denarau ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติ Nadi เพียงแค่ 15 นาทีโดยการขับรถ สิ่งเดียวที่ถือเป็นเรื่องยากเมื่อมาที่นี่คือการตัดสินใจว่าจะท่องเที่ยวที่เกาะไหนดี

รีสอร์ทน้อยใหญ่พบได้มากบนหมู่เกาะอันสงบเงียบแห่งนี้ รวมทั้งยังมีบ้านพักอยู่บริเวณรอบๆ Malolo Barrier Reef ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่นักประดาน้ำนิยมมาดูปะการังมากที่สุด รวมทั้งมีหลักสูตรชมปะการังให้เลือกใช้บริการอย่างมากมาย ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ทางน้ำระดับใดก็ไม่ใช่ข้อแม้ในการไม่ลงไปดำน้ำสัมผัสดูความงดงามใต้ทะเล

หมู่เกาะนี้เป็นสถานที่ในฝันของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ ทั้งยังใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Castaway จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นเยี่ยมของฟิจิได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

 Mamanuca

JELLYFISH LAKE หมู่เกาะ PALAU ประเทศปาเลา

ทะเลสาบแมงกะพรุน ไร้พิษ Jellyfish Lake แห่งเกาะ PALAU

Jellyfish Lake

Jellyfish Lake เป็นทะเลสาบที่อยู่ในเกาะ Eil Malk ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งลักษณะเด่นที่สุดของที่นี่คือ แมงกะพรุนทอง (Golden Jellyfish) นับล้านตัวว่ายน้ำอยู่ สาเหตุที่แมงกะพรุนประเภทนี้ไม่มีพิษเพราะว่าทะเลสาบที่นี้มีระบบนิเวศที่เป็นระบบปิด สิ่งแวดล้อมก็ไม่เหมือนกับทะเลที่อยู่รอบๆ จึงทำให้สัตว์น้ำหลายๆสายพันธุ์ในที่นี้มีวิวัฒนาการที่ต่างออกไปจากสายพันธุ์เดิม

ไปเที่ยวทะเลทีไร เผลอไปจ๊ะเอ๋กับแมงกะพรุนเป็นจำเป็นต้องรีบว่ายหนีทุกครั้ง เพราะเหตุว่าพวกเรารู้ๆกันอยู่ว่าแมงกะพรุนบางจำพวกนั้นเป็นพิษอันตราย ร้ายแรงในระดับตั้งแต่ปวดแสบปวดร้อนไปจนกระทั่งเสียชีวิตเลยทีเดียว แต่ว่าสำหรับที่สาธารณรัฐปาเลา (Palau) ประเทศหมู่เกาะเล็กๆใกล้กับประเทศฟิลิปปินส์ มี ทะเลสาบแมงกระพรุน JellyfishLake ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลเรื่องแมงกะพรุนเลย เพราะมัน ไม่มีพิษ นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็มีกฎข้อห้ามเล็กน้อยสำหรับในการมาเยือน คือห้ามดำน้ำแบบ Scuba Diving (ใช้ถังออกซิเจนในการดำน้ำลึก) เนื่องจากฟองอากาศที่ออกมาจากถังนั้นมีอันตรายต่อแมงกะพรุนได้แม้ไปสะสมอยู่ใต้ตัวของมัน แล้วก็ในระดับความลึก 15 เมตรลงไปนั้นมีสาร hydrogen sulfide สูง ซึ่งดูดซับผ่านทางผิวหนังของนักประดาน้ำได้ อันจะก่อให้เกิดอันตรายจากสารพิษถึงขั้นเสียชีวิตได้…

FairyPools Isle of Skye สระว่ายน้ำนางฟ้า แห่งสก็อตแลนด์

สระว่ายน้ำนางฟ้า

สระว่ายน้ำนางฟ้า Fairy Pools สระว่ายน้ำธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในซอกเขาเกล
ริเทิล (Glen Brittle) ทางตอนใต้ของเกาะสกาย (Isle of Skye)
ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่อยู่นอกริมฝั่งตะวันตกของแผ่นดินใหญ่สกอตแลนด์ ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็น
จุดมุ่งหมายที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวไกล

ที่กำลังจะได้มาว่ายน้ำในธารน้ำเย็นท่ามกลางความสวยสดงดงามของธรรมชาติ
เหมาะสมมากสำหรับนักเดินทางที่ต้องการลองเปิดประสบการณ์
การท่องเที่ยวแบบใหม่ให้กับตนเอง แต่ว่าจะสวยเท่าไรนั้น
ตามมาดูกันเลยFairy Pools สระว่ายน้ำธรรมชาติที่ถูกชูให้เป็นราวกับสรวงสวรรค์บนดิน
ทดลองจินตนาการดูแล้วกันว่าคุณกำลังว่ายน้ำอยู่ในสายน้ำเย็นที่รอบข้างคุณปิดล้อมไป
ด้วยกำแพงหินของกลุ่มมวลต้นหญ้าแล้ว

สระว่ายน้ำนางฟ้า

ก็เฟิร์นเขียวชอุ่ม ความงดงามของทั้งหมดทั้งปวงของ Fairy Pools ถูกนำไปชูเทียบ
เคียง
เปรียบเทียบว่าเป็นสระว่ายน้ำของนางสวรรค์ ที่สรวงสวรรค์ได้บรรจงสร้างทิ้งไว้
 เพื่อที่ว่าวันดีคืนดีเหล่าเทพธิดาบนสรวงสวรรค์จะได้ลงมาเล่นน้ำพักผ่อนหย่อนใจที่
Fairy Pools ที่นี้

นักท่องเที่ยวที่ต้องการมองเห็นความสวยงามของ Fairy Pools จำเป็นที่จะต้องเดินทาง
ไต่ไปตามโขดหิน เป็นระยะทางราวๆสองกม.กว่าใช้เวลารวมสำหรับในการเดินเท้าราว40 นาที
สภาพเส้นทางโดยรวมที่นักเดินทางจะต้องเดินเข้าไปนั้น ถึงแม้ว่าไม่ได้ยากลำเค็ญมากสักเท่าไร

นัก แต่ว่านักเดินทางก็จำเป็นต้องลัดไปตามโขดหิน ก้อนหิน รวมทั้งก้อนกรวด
ซึ่งบางครั้งอาจเป็นดินโคลน ด้วยเหตุนั้นนักเดินทางควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง
ยิ่งถ้าหากไปในช่วงหน้าฝน ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

Fingal’s Cave ประเทศสก็อตแลนด์

Fingals Cave

Fingals Cave ถ้ำฟิงกอลตั้งอยู่บนเกาะสตาฟฟารอบๆหมู่เกาะอินเนอร์เฮริดี
นอกริมฝั่งตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ ประเทศสกอตแลนด์มีความสำคัญ
ทางธรณีวิทยาพบว่าบริเวณ

มีเสาหิน บะซอลต์รูปหกเหลี่ยมเรียงรายต่อเนื่องกันและก็ยังตั้งฉากกับพื้นน้ำ
 ตัวถ้ำลึกเข้าไปราว 70 เมตร ประตูทางเข้า เข้าถ้ำสูง มากยิ่งกว่า 20 เมตร
 สาเหตุเกิดจากระบายความร้อน ของลาวาจากข้างล่างสู่ลาวาข้างบนรวมทั้งลาวา
ข้างล่างเกิดแข็งตัวแล้วหดตัวแตกหักเป็นเหตุให้เกิดรูปบล็อกทรงหกเหลี่ยม

ถ้ำฟิงกอล โพรงยาวเข้าไปลึกและระหว่างด้านข้างของโพรงถ้ำฟิงกอล
จะมีเสาร์ที่เป็นลักษณะทรงหกเหลี่ยมเรียงรายกันอย่างงดงามและก็ขนาดของ
แต่ล่ะเสาร์ที่มีขนาดเท่าๆกันนั้นบางครั้งก็อาจจะดูราวกับว่าเป็นความสามารถของคนเราที่
ได้สร้างแทงเสาร์ทรงหกเหลี่ยมนี้ขึ้นมาแต่โดยความเป็นจริงแล้วมันมีสาเหตุมา
จาก
ธรรมชาติล้วนว่ากันว่าถ้ำฟิงกอลแห่งนี้จะมีเสี่ยงออกมาจากในถ้ำเป็นเสียงคล้ายกับ
เสียงเพลงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของถ้ำที่นี้อีกด้วย