” Reykjavik ” เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า

 

Reykjavik

Reykjavik เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์
รวมทั้งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือเยอะที่สุด
สถานที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์

ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิ
เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งถิ่นฐานที่เรคยาวิกในปี พุทธศักราช 1413
เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านการค้ารวมทั้งธุรกิจการประมง
จึงได้มีการจัดตั้งให้เป็นเมือง
หลวง
ในปี พุทธศักราช 2329 ตอนนี้เขตเมืองมีสามัญชนราวๆ 120,000 คน
ประกอบด้วย เทศบาลนครซึ่งรวมเทศบาลนครเรคยาวิกด้วย

ประเทศ
ไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงกันอย่างกว้างขวางเนื่องมาจากความเป็นธรรมชาติ
ของประเทศนี้ อาทิเช่น แสงเหนือ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ น้ำตกที่น่าละลานตา
 ที่ราบสูงที่งดงามและแน่นอนการปะทุของภูเขาไฟจำนวนมาก
บ่อยครั้งที่นักเดินทางจำนวนมากชอบรู้สึกว่ามีอะไรทำในเมืองเรคยาวิก 

ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ควรต้องรู้สึกประทับใจกับ
อาคารโบราณของเมืองนี้ รวมทั้งเรื่องราวของชาวไวกิ้งแล้วก็
เรื่องราวในอดีตกาลตอนยุดกลาง วัฒนธรรมที่น่าสนใจ เช่น
 โถงการแสดงดนตรีฮาร์ปา (Harpa) และโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา
 (Hallgrímskirkja) คนที่มีความหลงไหลในทัศนศิลป์

จะได้ชมรูปปั้นที่น่าประทับใจจำนวนมาก ทั้งยังประติมากรรม
แล้วก็ศิลปะตามท้องถนนทั่วทั้งเมือง และคนที่ชอบพอในธรรมชาติ
ก็จะได้ดูทัศนียภาพที่งามมากมายโดยไม่ต้องออกจากเมือง.

ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมายของทัวร์ชมทัศนียภาพเพียงแค่นั้น
 แต่อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้เวลาตลอดวันสำหรับเพื่อการสำรวจ
เมืองเรคยาวิกและเพลิดเพลินใจไปกับเมืองนี้ ที่นี่มีเสน่ห์ที่เกิด
จาก
ความแตกต่างมากมายอย่างน่ามหัศจรรย์.

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ถือเป็นอีกหนึ่ง Unseen จังหวัดลำปาง


วัด
เฉลิมพระเกียรติ พระจอมเกล้าราชานุสรณ์ อีกหนึ่งที่เที่ยวในไทยนับว่าเป็น
 Unseen Thailand เลยก็ว่า
ได้

 ด้วยความสูง กว่า 800 เมตรของเทือกเขาที่ตั้งของวัดทำให้วัดนี้
มีความพิเศษขึ้นมาในทันที สำหรับวัดแห่งนี้ แบ่งได้เป็น ชั้น
 คือ วัดในบริเวณด้านล่าง นักท่องเที่ยวสามารถขับขี่รถไปจอดในบริเวณหน้าวัดได้
ส่วนวัดบริเวณข้างบน ตั้งอยู่บนยอดดอย หากต้องการท่องเที่ยว
ชมในจุดนี้ ซึ่งทุกคนที่มาต้องการขึ้นเเน่นอน
 ให้ขึ้นรถสองเเถวเเละเดินต่ออีก กิโลเมตร

วัดเฉลิมพระเกียรติ

ในสมัยก่อนนั้นยังไม่ได้มีการสร้างทางขึ้นเขา
ชาวบ้านที่ศรัทธาจะต้องเดินขึ้นเขาฝ่าดง เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบา
 อย่างยากลำบากเลยทีเดียวค่ะ ต่อมาเมื่อหลวงพ่อไพบูลย์ สุมัคโล เจ้าอาวาสวัดนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา ได้เดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาทเกิดพลังศรัทธา
และประสงค์จะพัฒนาสร้างวัดกระทั่งเมื่อปี พุทธศักราช2547 คณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้าง
วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชาชานุสรณ์ ขึ้น
ในโรกาที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 รัชกาลที่ พระราชสมภพครบ 200 ปี

วัดเฉลิมพระเกียรติ

การเดินทางขึ้นยอดเขา ในขณะนี้
จะมีสองแถวจะมีค่าบริการคนละ 100 บาทไปกลับจากบริเวณวัดข้างล่าง
 ระยะทาง กิโลเมตร จากที่เมื่อก่อนจะให้ขับขี่รถขึ้นกันมาเองซึ่งทางค่อนข้าง
จะ
ชันมากคนไม่ชำนาญบางทีอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆภายหลังเดินเท้าขึ้นเขา
 ด้วยระยะทางราวๆ กิโล เส้นทางไม่ยากมีบันได มีจุดนั่งพัก
มีเจ้าหน้าที่พยาบาลนั่งอยู่ระหว่างทาง ยาดม อม หม่อง
พร้อม เดินเท้าเหนื่อยใช้เวลาซัก 15-20 นาที
 ก็ถึงยอดดอยพบทิวทัศน์ยังไงก็หายอิดโรยอย่างแน่นอน

ท่องทะเลหมอก ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ท่องทะเลหมอก


ท่องทะเลหมอก ภู
ชี้ฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,628 เมตรโดยมีหน้าผา
เป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือก

 เขาดอยผาหม่นด้านที่ติดลาว ยอดภูชี้ฟ้ามีลักษณะเป็นหน้าผาที่มีแหลม
ยื่นขึ้นเขาฟ้าก็เลยเรียกว่า ภูชี้ฟ้า โดยมองเห็นเทือกเขาชี้ขึ้นไปบนฟ้าที่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงทำ

มุม 45 องศา ซึ่งด้านบนมีที่ราบให้ไปเที่ยวดูกรว 1 กิโลเมตร ด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงมองเห็นหมู่บ้านเชียงตอใน ประเทศลาว มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ จุด เป็นบริเวณยอดภูเขาและ

บริเวณ ลานก่อนถึงยอดซึ่งจะมองเห็นเทือกเขาชี้ได้อย่างชัดเจ
ไฮไลต์สำคัญ ของการมาท่องเที่ยวภูชี้ฟ้าเป็นมาเฝ้ารอดูพระอาทิตย์ขึ้น

รวมทั้งทะเลหมอกสุด ตระการตาคลอภูขาที่สวยงาม
 ชมเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่เหมือนใครนั่นเป็น
ลักษณะเทือกเขาที่ชี้ไปบนฟ้า แม้นักเดินทางเดินทาง
มาในตอนก.พ. – มีนาคม จะ
เป็นตอน

เวลา ที่ดอกเสี้ยวหรือ ชงโคป่าจะผลิดอกสีขาวบานสะพรั่งเต็มเชิงเขา ถ้าหากมาเยือน ภูชี้ฟ้าในตอนปีใหม่ยัง ได้ชม งานประจำปีใหม่ที่ชาวม้งจะแต่งตัวม้งครบถ้วนทั้งหญิงและชาย จุดเด่นของงานเป็น การโยนลูกช่วงหรือลูกหิน ระหว่างหนุ่ม – สาว

ในการเดินทางขึ้นไปยังยอดภูชี้ฟ้า สามารถติดต่อรถยนต์ขึ้นได้ยังบ้านพักของพวกเราโดยตรงซึ่งจะที่พักจะจัดรถยนต์มาให้ คิดค่าบริการรับส่ง ขึ้นภูชี้ฟ้าราคาไปกลับ คนละ 60 บาท โดยรถยนต์จะหยุดส่งที่จุดเดินเท้าจากนั้นเดินขึ้นไปต่ออีกประมาณ 800 เมตร

เกาะตาชัย สวรรค์แห่งใหม่ในอันดามัน

 

สวรรค์แห่งใหม่ในอันดามัน เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอยู่ไม่ไกลจาก หมู่เกาะสุรินทร์ มากนัก และถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ เกิดเป็นชื่อว่า เกาะตาชัย

สวรรค์แห่งใหม่ในอันดามัน

เกาะตาชัย ได้ถูกสำรวจพบมานานแล้ว แต่เพิ่งจะขึ้นตรงกับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปยลโฉมความงามได้ไม่นาน ทำให้ตอนนี้บน เกาะตาชัย สามารถท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เวลาที่ เกาะตาชัย งดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้น เกาะตาชัย จะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู

สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ เกาะตาชัย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม เกาะตาชัย กันก็คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร

ทั้งนี้ เกาะตาชัย ยังมีกิจกรรมการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน
รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาดของ เกาะตาชัย ซึ่งเป็นทะเลที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

ในปีที่ผ่านมา เกาะตาชัย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไปเยี่ยมชมกันตลอดทั้ง Season ทำให้เป็นเกาะที่บูมมากที่สุดแห่งนึงของประเทศไทย
เกาะตาชัย เป็นอีกที่ในชีวิต ที่ต้องเดินทางมาเที่ยวครับ…

บ่อน้ำพุร้อนฝาง

 

น้ำพุร้อนฝาง

 

” น้ำพุร้อนฝาง “ ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มี ความน่าอัศจรรย์อยู่ในตัว ในส่วนตรงที่เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นมาจากหินร้อนเหลวที่อยู่ใต้เปลือกโลก (แม็กม่า) ไหลแทรกมาตามช่องหินขึ้นมาใกล้เปลือกโลก ทำให้ชั้นหินบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเมื่อน้ำบาดาลไหลผ่านชั้นหินร้อนดังกล่าว จึงทำให้อุณหภูมิของน้ำนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดแรงดันมหาศาล และดันตัวเองผ่านรอยแยกของหินแกรนิตขึ้นมาบนพื้นผิวโลก จนเกิดเป็นน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมา โดยมีไอร้อน เป็นควันลอยคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความร้อนของน้ำในบ่อน้ำพุร้อนนั้นมีความร้อนสูงประมาณ 80-100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

สำหรับ บ่อน้ำพุร้อนฝาง มีมากมายกว่า 50 บ่อ โดยตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปรอบๆ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่า 10 ไร่ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติฯ ได้พัฒนาพื้นที่ให้มีความสวยงามเข้ากับธรรมชาติ โดยทำทางเดินด้วยแนวหิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดิน เข้าไปชมบ่อน้ำพุร้อนได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งบ่อน้ำพุร้อนบางบ่อก็มีขนาดใหญ่ บางบ่อมีขนาดเล็ก แต่ว่าจะมีบ่อใหญ่อยู่หนึ่งบ่อที่จะมี ไอน้ำพุ่งขึ้นสูงกว่า 40-50 เมตร ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่ได้มาชม พร้อมกับส่งกลิ่นกำมะถันกระจายไปทั่วและก็มีบางบ่อที่มี อุณหภูมิสูงถึงขนาดสามารถต้มไข่จนสุกได้ภายในระยะเวลาแค่ 10-20 นาที ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติฯ ก็ได้จัดเป็นกิจกรรมต้มไข่ ในบ่อน้ำพุร้อนไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ต้องไปให้ได้อีกที่หนึ่งเลย

แหล่งที่มา paiduaykan

เกาะไม้ท่อน มัลดีฟส์แห่งอันดามัน สวรรค์แห่งชาวเกาะ !!

 

เกาะไม้ท่อน ที่เที่ยวภูเก็ต หนึ่งในทะเลฝั่งอันดามัน ถือได้ว่าเป็นที่หนึ่งในเรื่องของความสวยงาม ทั้งน้ำทะเลที่ใสสะอาด และความสวยงามของชายหาด สีน้ำที่ตัดกับผืนทรายได้อย่างลงตัว เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวสายทะเลทุกคน

เกาะส่วนตัวเล็กๆ แห่งนี้อยู่ไม่ไกล เพียงใช้เวลาเดินทางจากภูเก็ตแค่ 20 นาที แต่มีธรรมชาติสวยงามและความสุขครบครัน

ใครชอบดำน้ำ ที่นี่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์มากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี ใครอยากพักผ่อน ที่นี่มีมุมพักผ่อนสวยๆ ที่คลับเฮาส์ริมชายหาด ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ของว่างอย่างเต็มที่ มีเวลาให้ชิลล์กับวิวสวยๆ ได้นานเท่านาน

เกาะไม้ท่อน

ถือได้ว่าต้องไปสัมผัสกับความงดงามของท้องทะเลอันดามันที่จังหวัดภูเก็ต โดยทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทย บินตรงฟูลเซอร์วิสภายในประเทศ ที่มอบความสบายต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องอาหารการกิน ความสะดวกสบายของที่นั่ง ทำให้เวลาหนึ่งชั่วโมงนิดๆ จากสุวรรณภูมิไปสู่ภูเก็ตนั้น ไร้ซึ่งความเหนื่อยล้า แต่เติมเต็มไปด้วยความสะดวกสบายอย่างแท้จริง

แหล่งที่มา loveandaman

Lake Hillier ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย

ทะเลสาบสีชมพู

ทะเลสาบสีชมพู เลค ฮิลเลอร์ Lake Hillier ถือได้ว่าเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่ในเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ Recherche Archipelago ที่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันถึง 105 เกาะ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย ถูกค้นพบครั้งแรกโดยกัปตัน Matthew Flinders ขณะเมื่อเขาขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเกาะในปี 1802

ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีความยาวประมาณ 600 เมตร มีขอบแคบๆ ที่ปกคลุมเนินทรายและต้นไม้ที่แยกทะเลสาบออกจากทะเลด้านนอก ขอบทะเลสาบปกคลุมไปด้วยแผ่นเกลือสีขาว ถัดขึ้นไปโดยรอบเป็นป่าต้น Paperbark และต้น Eucalypt ปกคลุมหนาแน่น ชมพูหวานเหมือนนมเย็นน้ำในทะเลสาบมีสีถาวร แม้ตักขึ้นมาเก็บไว้ในภาชนะสีก็ไม่จางหาย ซึ่งสีชมพูนี้เกิดจากความเข้มข้นสูงของเกลือ และแบคทีเรียเช่นกัน

แหล่งที่มา goldtravel

London Eye

 

London Eye ลอนดอนอาย  หรือที่รู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล  เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในสหราชอาณาจักร มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ส่วนบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 15 ปอนด์ต่อคน ซึ่งในอดีตเคยเป็นชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกชิงตำแหน่งไปจากชิงช้าสวรรค์ เดอะ สตาร์ ออฟ นานชาง ในประเทศจีน (160 เมตร) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006 ต่อมาภายหลังตำแหน่งตกเป็นของ สิงคโปร์ฟลายเออร์ ในประเทศสิงคโปร์ (165 เมตร) ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 อย่างไรก็ตาม ลอนดอน อาย ก็ยังคงได้รับตำแหน่งจากการให้บริการว่า “ชิงช้าสวรรค์ที่ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก” (เพราะการโครงสร้างทั้งหมดใช้โครงค้ำเหล็กรูปตัว A ในการให้บริการโดยใช้โครงค้ำเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นไม่เหมือนชิงช้าสวรรค์อื่นๆ ทั่วไป ที่มีโครงค้ำสองข้าง)

ลอนดอน อาย ตั้งอยู่ ณ ที่ฝั่งสุดด้านตะวันตกของสวนจูบิลี่ บนริมฝั่งทางใต้ของแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโดมแห่งการค้นพบ ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานนิทรรศการเฟสติวัล ออฟ บริเตน ในปี ค.ศ. 1951

แหล่งที่มา th.wikipedia.org

ปามุกคาเล (Pamukkale) มหัศจรรย์ ปราสาทปุยฝ้าย แห่ง ตุรกี

เมืองปามุกคาเล

เมืองปามุกคาเล เป็นภาษาตุรกี หมายถึง ปราสาทปุยฝ้าย ตั้งชื่อตามลักษณะภูมิศาสตร์ ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ที่ตะกอนของหินปูนทำปฏิกิริยากับอากาศ จับตัวแข็งกลายเป็นแอ่ง และมีธารน้ำแร่ใต้ดิน

ไหลเอ่อล้นผุดขึ้นมาบนพื้นผิว รวมเป็นแอ่งน้ำหินปูนที่ลดหลั่นกัน กว้าง 300 เมตร ยาวกว่า 3 กิโลเมตร ก่อนไหลลงจากผาสูง 100 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ น่าจะเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่จะเยือน ปามุกคาเล เพราะน้ำจะขึ้นล้นแอ่ง ส่วนฤดูร้อนนั้นอย่าหวัง และเนื่องจากไม่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จึงส่งผลให้ ปามุกคาเล อาจไม่สวยงามเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุนี้รัฐบาลตุรกีและองค์กรยูเนสโกจึงจัดการดูแล มรดกโลก แห่งนี้ ด้วยการจัดระเบียบการท่องเที่ยว โดยสั่งปิดถนนเส้นที่ใกล้กับ แอ่งน้ำ ปามุกคาเล และห้ามรถบัสใหญ่จอดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว การเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย จึงต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปตามเส้นทางที่กำหนด ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
สุดท้ายหากใครฝันอยากไปนอนแช่แอ่ง ปามุกคาเล อาจต้องผิดหวัง เพราะมีมาตรการที่เข้มงวดให้นักท่องเที่ยวทำได้แค่เพียงเดินลุยน้ำแร่อุ่นๆ พอเป็นกระสัย แต่ก็มีบางรายที่แอบฝ่าฝืน จนต้องมีการสอดส่องกันตลอดเวลา ถ้าตระหนักและเห็นใจธรรมชาติ ก็ให้ความร่วมมือเถอะ เพื่อความสวยงามแห่ง ปามุกคาเล จะได้กลับมาเป็นสีสันอีกครั้ง

แหล่งที่มา oceansmile

Machu Picchu เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 2,430 เมตรจากระดับน้ำทะเล

 

 

 

มาชูปิกชู

(Machu Picchu) ถือเป็นซากเมืองโบราณของอารยธรรมอินคา อดีตนั้นเมืองแห่งนี้เข้าถึงได้ยาก มีความเร้นลับและมหัศจรรย์ เพราะตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นภูเขาส่วนหนึ่งในแนวเทือกเขาแอนดีสที่สูงใหญ่ที่สุดในโลก มาชู ปิกชู สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรือง

ในยุคที่อาณาจักรอินคาอยู่ในยุคเฟื่องฟู แต่เมื่ออาณาจักรอินคาต้องล่มสลายด้วยการขยายอำนาจของสเปน มาชู ปิกชู ก็ถูกทอดทิ้ง กลายเป็นเมืองสาบสูญไปในช่วงศตวรรษที่ 16 และได้กลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลกอีกครั้งหลังจากการค้นพบโดย Hiram Bingham ในปี ค.ศ. 1911

มาชู ปิกชู ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 2,430 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอนดีส ห่างจากเมืองโบราณกุสโก (Cusco) ประเทศเปรู ราว ๆ 70 กิโลเมตร และด้วยความที่ประเทศเปรูเป็น 1 ใน 29 ประเทศและดินแดนที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่า เพราะฉะนั้นแค่เพียงมีเงินในกระเป๋าและพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางไปเที่ยวมาชู ปิกชู ได้แล้ว

ถึงแม้ว่าการค้นพบมาชู ปิกชู จะหลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเป็นซากที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ในสิ่งปลูกสร้างกว่า 200 ตำแหน่ง บนมาชู ปิกชู แสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองที่เยี่ยมยอดของชาวอินคา มีการวางระบบน้ำและการเกษตรกรรมได้อย่างดี มีศูนย์กลางทางศาสนพิธี และยังมีสิ่งก่อสร้างที่เชื่อมโยงต่อเรื่องราวของดาราศาสตร์ด้วย สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บนมาชู ปิกชู จะถูกสร้างด้วยหินให้ลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ตามแนวเชิงเขา โดยมีขั้นบันไดหลายพันขั้นเป็นทางเดินเชื่อมต่อ

หากคุณมีโอกาสได้ขึ้นไปเยือนยังมาชู ปิกชู นอกจากความสวยงามและน่าอัศจรรย์ของซากอารยธรรมโบราณแล้ว คุณยังจะได้เห็นวิวของภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ เห็นเส้นทางถนนคดเคี้ยวที่ลัดเลาะไปมาตามเชิงเขา และยังเห็นแม่น้ำ Urubamba ไหลผ่านตามแนวซอกเขาไปมาอย่างงดงามสุด ๆ ไม่เพียงเท่านั้นหากคุณโชคดียังจะได้พบกับอัลปาก้าและลามา ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเทือกเขาแอนดีส ที่จะมาเดินกินหญ้ารออยู่ที่มาชู ปิกชู อีกด้วย

แหล่งที่มา travel.kapook